วันจันทร์ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2565

การเรียนรู้ครั้งที่ 16

   คาบสุดท้ายของเทอมนี้ อาจารย์เปิดงานเด็กๆของแต่ละคนให้ไปเคลียร์ไปทำให้เรียบร้อย เพราะเป็นสัปดาห์สุดท้ายที่จะสอบแล้ว อาจารย์ให้ไปลิ้งค์ให้เรียบร้อยเพื่อให้ตรวจทานได้ง่ายขึ้น 

และอาจารย์ได้พูดถึงข้อสอบ ข้อสอบมีทั้งอัตนัยและปรนัย อาจารย์บอกให้นักเรียนเขียนลายมืออ่านได้ อ่านง่าย เพื่อเป็นประโยชน์ของตัวเอง 

และวันนี้อาจารย์ปล่อยเร็ว เพื่อไปตามงานสำหรับคนที่ยังไม่เสร็จ ไปแก้ไขบล็อกทำทุกอย่างให้เรียบร้อย เพราะคืออาทิตย์สุดท้ายก่อนสอบแล้ว

และให้ตามสอบร้องเพลงสำหรับคนที่ไม่ได้มาอาทิตย์ที่แล้ว ให้เสร็จเรียบร้อย


นางสาว จนัญญา โพธิ์ดี

การเรียนรู้ครั้งที่ 15

 




วันนี้อาจารย์ให้เขียนความรู้ที่ได้ตั้งแต่เรียนมาคาบแรกจนถึงปัจจุบันว่าได้อะไรไปบ้าง มีทักษะอะไรบ้างที่ได้ไปแล้วเป็นประโยชน์ และเจตคติที่มีต่อการเรียนกับอาจารย์ (ชอบหรือไม่ชอบอะไร)

    หลังจากที่ได้เขียนเจตคติจบแล้ว ก็ได้มีการเรียนเกี่ยวกับเพลงเด็ก ได้ฝึกร้อง ได้ลุกขึ้นเต้น แบ่งหน้าที่ของแต่ละแถว และได้มีการออกแบบสถานการณ์ที่ว่า ถ้าเราเป็นพ่อแม่ ผู้ปกครอง จะมีวิธีการส่งเสริมการเรียนรู้ให้เด็กโดยให้สอดแทรกอยู่ในชีวิตประจำวันอย่างไร และอาจารย์ให้จับกลุ่ม 2 คน เพื่อออกไปแสดงบทบาทสมมติหน้าห้อง กลุ่มหนูแสดงอยู่ในห้องครัวให้ลูกหยิบ ผลไม้ กับ สิ่งของ แยกออกกันเป็นกองๆ 


นางสาว จนัญญา โพธิ์ดี 

การเรียนรู้ครั้งที่ 14

 


คาบนี้อาจารย์นี้ให้สรุปพัฒนาการของเด็กปฐมวัยเพราะจะมีในข้อสอบ อาจารย์เลยให้ทำ เพื่อทบทวนว่าใครสร้างอะไรด้านไหนบ้าง  และให้ไปอ่านสรุปจำให้ดีเพระาว่าจะสอบปลายภาคแล้วและได้มีการทบทวนเรื่องพัฒนาการของเด็กปฐมวัย โดยให้เขียนทฤษฎีของบุคลหลักๆและแบ่งหัวข้อหลักเป็น 4 หัวข้อ หลักต่อไปนี้

-พัฒนาการด้านสังคม อิริคสัน

-พัฒนาการด้านสติปัญญา เพียเจย์

-พัฒนาการด้านอารมณ์ โคลบอร์ด

-พัฒนาการด้านร่างกาย กีเซล



การเรียนรู้ครั้งที่ 13

 
คาบนี้ อาจารย์ให้ทำงานในหัวข้อ เด็กในทศวรรษที่ 21
3R  Reading  Writing  Arithmetic

สามารถอ่านออกได้ 
-มีทักษะการคิดวิเคราะห์
-การคิดอย่างสร้างสรรค์
-มีทักษะในการสื่อสาร
-มีทักษะการใช้คอมพิวเตอร์

สามารถเขียนได้

มีทักษะในการคำนวณ
-ความเข้าใจในความแตกต่าง
-ความร่วมมือ
-มีทักษะอาชีพและการเรียนรู้
-มีเมตตากรุณา 

หลังจากที่ทำเสร็จอาจารย์ให้ไปแปะบนกระดานหน้าห้องก็เดินไล่ดูงานทีละกลุ่มและแนะนำว่าควรแก้หรืออะไรและอาจารย์ก็ชมกลุ่มหนูด้วยค่ะ 


นางสาว จนัญญา โพธิ์ดี 





วันอาทิตย์ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2565

การอบรมเลี้ยงดูครั้งที่12 (สรุป)

                                 รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูแนวคิดของ Daina Buamrind 

 หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่มีอิทธิพลต่อการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้มีคุณภาพ คือ การอบรมเลี้ยงดูที่เด็ก ได้รับจากบิดามารดาหรือผู้ปกครองมิติสำคัญในการอธิบายพฤติกรรมของบิดามารดาในการอบรมเลี้ยงดูบุตรว่าประกอบด้วย 2 มิติ คือ 1) มิติควบคุมหรือเรียกร้องจากบิดามารดา และ 2) มิติการตอบสนองความ รู้สึกเด็กจากการผสมผสาน 2 มิติ ทำให้ Baumrind จัดรูปแบบการอบรมเลี้ยงดูเป็น 3 รูปแบบ คือ 1) รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูแบบเอาใจใส่ (ควบคุมและตอบสนองความรู้สึกเด็ก) 2) รูปแบบการ อบรมเลี้ยงดูแบบควบคุม (ควบคุมแต่ไม่ตอบสนองความรู้สึกเด็กและ 3) รูปแบบการอบรมเลี้ยงดู แบบตามใจ (ไม่ควบคุมแต่ตอบสนองความรู้สึกเด็ก)

ในมุมมองของนักจิตวิทยาส่วนใหญ่ต่างเห็น พ้องต้องกันว่า การจะพัฒนามนุษย์ให้เป็นประชากร ที่มีคุณภาพมีปัจจัย 2 ด้านเข้ามาเกี่ยวข้อง คือ 1) ปัจจัยด้านพันธุกรรม และ 2) ปัจจัยด้านสภาพ แวดล้อม โดยพันธุกรรมจะเป็นตัวกำหนดขีดความ สามารถหรือแนวโน้มของพัฒนาการ ส่วน สภาพแวดล้อมจะเป็นตัวผลักดันทำให้พัฒนาการนั้ เร็วหรือล่าช้าได้ 2) กล่าวถึงพัฒนาการเด็กที่ดีว่า เริ่มต้นจาก ครอบครัว เด็กจะเติบโตมีคุณภาพชีวิตและ บุคลิกภาพเช่นไร จะเป็นคนดีมุ่งทำประโยชน์แก่ สังคมหรือจะเป็นคนด้อยสมรรถภาพ สร้างปัญหา แก่ตนและสังคม ส่วนหนึ่งย่อมขึ้นอยู่กับสภาพ ครอบครัวและวิธีการอบรมเลี้ยงดูจากบุคคลใน ครอบครัวเป็นสำคัญ

Baumrind ได้ทำการวิเคราะห์แบ่งองค์ประกอบพฤติกรรมของ บิดามารดาในการอบรมเลี้ยงดูบุตรออกเป็น  2 มิติ 1. มิติควบคุม หรือ เรียกร้องจากบิดามารดา (Controlling / Demand) คือ การที่บิดามารดา กำหนดมาตรฐานสำหรับเด็กและเรียกร้องให้เด็กทำ ตามมาตรฐานที่บิดามารดาได้กำหนดไว้        2. มิติการตอบสนองความรู้สึกเด็ก (Responsive) คือ การที่บิดามารดาหรือผู้ดูแลเด็ก ตอบสนองต่อความต้องการของเด็กซึ่งบิดามารดา บางคนจะยอมรับ เข้าใจ และตอบสนองความ ต้องการของเด็กด้วยดี Baumrind (1971) ได้ผสมผสาน 2 มิติ ดังกล่าว 

และจัดรูปแบบการอบรมเลี้ยงดูเป็น 4 รูปแบบ ดังนี้                                     

 1. รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูแบบเอาใจใส่ (Authoritative Parenting Style) คือ การอบรม เลี้ยงดูที่บิดามารดาสนับสนุนให้เด็กมีพัฒนาการ ตามวุฒิภาวะของเด็ก โดยที่บิดามารดาจะอนุญาต ให้เด็กมีอิสระตามควรแก่วุฒิภาวะ 

 2. รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูแบบควบคุม (Authoritarian Parenting Style) คือ การอบรมเลี้ยงดูที่บิดามารดามีความเข้มงวดเรียกร้องสูง แต่ ไม่ตอบสนองความต้องการของเด็กโดยสิ้นเชิง  

3. รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูแบบตามใจ (Permissive Parenting Style) คือ การอบรมเลี้ยง ดูที่บิดามารดาปล่อยให้เด็กทำสิ่งต่างๆ ตามการ ตัดสินใจของเด็กโดยไม่มีการกำหนดขอบเขต  

4. รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูแบบทอดทิ้ง (Uninvolved)

การเรียนรู้ครั้งที่ 11


 เลือกของเล่นมา 1 อย่าง เอาเป็นหุ่นเชิดตุ๊กตามา 

    ตัดขวดแบ่งออกเป็นสองส่วนคือส่วนหัวส่วนท้ายเอาหลอดมาตัดให้เป็นขา หลอด นำฝาขวดมาติดที่ส่วนหลอดให้เป็นเท้า นำขาที่ตัดไว้มาติดกับขวดที่ตัดไว้ในตอนแรก เมื่อได้ส่วนของลำดับแล้วสให้นำกระดาษสีมาติดให้มีสีสัน และนำเชือกมาติดกับตะเกียบให้เป็นที่เชิด   หลังจากนั้นอาจารย์ให้นำไปให้เด็กลองเล่น และถ่ายคลิปมา 

การเรียนรครั้งที่ 10

 การออกเเบบของเล่นจากขวดน้ำ 3 กิจกรรม (กลุ่มพระอาทิตย์)  


 1.  พายุทอร์นาโด (สำหรับเด็กอายุ ปี)

พัฒนาการ

การฝึกสานสัมพันธ์ระหว่างมือและตา เป็นการฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อมัดเล็กและกล้ามเนื้อมัดใหญ่ให้พร้อมต่อการหยิบจับ

วัตถุประสงค์

-  เพื่อให้เด็กได้สนุกสนานในการเล่น

เพื่อให้เด็กมีกล้ามเนื้อมือที่แข็งแรง

อุปกรณ์ในการทำ

ขวดน้ำ

-  เทปกาว

-  น้ำ

กรรไกร

วิธีการทำ

นำขวดน้ำใส่น้ำทั้ง ขวด และน้ำขวทั้งสองมาประกบกันและน้ำเทปกาวพันรอบๆของฝาทั้ง ฝาให้ติดกิน

วิธีการเล่น

-  ให้เด็กเขย่าขวดเพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อแขน

ประโยชน์ที่ได้รับ

เด็กได้มีกล้ามเนื้อมัดเล็กที่แข็งแรง


2.กังหันลมจากขวดน้ำ (สำหรับเด็กอายุ ปี)

พัฒนาการ

ใช้อวัยวะของร่างกายได้สัมพันธ์กันและได้กระตุ้นประสาทสัมผัสทั้ง 5

วัตถุประสงค์

-  เพื่อให้เด็กได้สังเกตการพัดของลม

เพื่อให้เด็กสามารถบอกรูปร่างในการพัดของลมและสีของกังหันเวลาลมพัด

อุปกรณ์ในการทำ

ขวดน้ำ

-  ไม้แขวนเสื้อ

-  ฝาขวดน้ำ

กรรไกร

เทปหลากสี

วิธีการทำ

ใช้กรรไกรตัดแบ่งครึ่งขวดและใช้กรรไกรตัดขวดให้เป็นแฉก นำเทปหลากสีมาแปะตามแฉกที่ตัดไว้ นำไม้แขวนเสื้อมาดัดและจิ้มให้ทะลุฝาและน้ำฝาขวดมาใส่

วิธีการเล่น

-  เป่าลมให้กังหันหมุน ได้ใช้สัมผัสทั้ง มาเล่นโดยการใช้ปากเป่าให้กังหันหมุน

ประโยชน์ที่ได้รับ

เสริมสร้างพัฒนาการทางด้านอารมณ์ และเสริมสร้างความเข้าใจในหลักกลศาสตร์


3.ตุ๊กตาหุ่นเชิด (สำหรับเด็กอายุ ปี)

พัฒนาการ

ฝึกการทำงานสัมพันธ์กันระหว่างมือและตา รวมทั้งฝึกให้เด็กรู้จักการคาดคะเนหรือการกะระยะทางของสิ่งของที่อยู่รอบตัว เช่น การมองวัตถุเคลื่อนที่

วัตถุประสงค์

-  เพื่อให้เด็กได้เล่นเพลิดเพลิน

เพื่อให้เด็กเสริมสร้างจิตนาการ

อุปกรณ์ในการทำ

ขวดน้ำ

-  เชือก

-  ฝาขวดน้ำ

หลอด

กาว

ตะเกียบ

กระดาษสี

วิธีการทำ

ตัดขวดแบ่งออกเป็นสองส่วนคือส่วนหัวส่วนท้ายเอาหลอดมาตัดให้เป็นขา หลอด นำฝาขวดมาติดที่ส่วนหลอดให้เป็นเท้า นำขาที่ตัดไว้มาติดกับขวดที่ตัดไว้ในตอนแรก เมื่อได้ส่วนของลำดับแล้วสให้นำกระดาษสีมาติดให้มีสีสัน และนำเชือกมาติดกับตะเกียบให้เป็นที่เชิด

วิธีการเล่น

-  เล่านิทานเพื่อเสริมสร้างจิตนาการให้เด็กใช้หุ่นเชิดเป็นตัวละครในการเล่านิทาน

ประโยชน์ที่ได้รับ

ให้เด็กเสริมสร้างจินตนาการและได้สัมพันธ์ระหว่างมือและตา

นางสาว จนัญญา โพธิ์ดี

การเรียนรู้ครั้งที่ 16

   คาบสุดท้ายของเทอมนี้ อาจารย์เปิดงานเด็กๆของแต่ละคนให้ไปเคลียร์ไปทำให้เรียบร้อย เพราะเป็นสัปดาห์สุดท้ายที่จะสอบแล้ว อาจารย์ให้ไปลิ้งค์ให้เ...